
4 วิธีการนวดเพื่อแก้ปัญหาออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) . >> อาการ Office Syndrome เหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่ดีเมื่อเกิดขึ้นกับใครก็ตาม ยิ่งถ้าบวกกับความเครียดของงานที่ทำด้วยแล้วอาจส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพมากกว่าที่คิดเอาไว้ ดังนั้นไม่ว่าคุณจะทำงานตำแหน่งใด โดยเฉพาะกลุ่มพนักงานออฟฟิศและเหล่าผู้บริหารทั้งหลายที่ต้องนั่งทำงานอยู่หน้าคอมแทบจะตลอดวัน ซึ่งวิธีรักษาออฟฟิศซินโดรมที่ได้รับความนิยมต้องขอยกให้กับการนวดแก้ออฟฟิศซินโดรม หากยอมสละเวลา 60 นาที หรือ 90 นาที แล้วเลือกรักษาอาการ Office Syndrome ด้วยการนวดออฟฟิศซินโดรมย่อมช่วยให้มีสุขภาพที่ดี ชีวิตมีความสุขมากขึ้นกว่าเดิมแน่นอน . >> Office Syndrome คืออะไร? Office Syndrome คือ ลักษณะของอาการที่ทำให้ร่างกายเกิดความรู้สึกเจ็บปวด ซึ่งออฟฟิศซินโดรมเกิดจากพฤติกรรมการทำงานที่มีชื่อโรคมาจากท่าทางของพนักงานออฟฟิศที่มักนั่งอยู่ท่าเดิมติดต่อกันเป็นเวลานาน ไม่มีการขยับร่างกาย โดยเฉพาะการนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ จดจ้องอยู่กับงานที่ตนเองทำ บวกกับท่าทางที่ไม่เหมาะสมต่อเนื่องกินเวลาหลายนาที หรือเป็นชั่วโมง กระทั่งเกิดความผิดปกติบริเวณกระดูก กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น รวมถึงดวงตาและการมองเห็นเพราะต้องรับภาระหนักเกินไปจากพฤติกรรมดังกล่าว . >> อาการของออฟฟิศซินโดรม • ปวดกล้ามเนื้อหรือปวดกระดูกแบบเฉพาะส่วนตามคอ บ่า ไหล่ • ปวดหลังช่วงบริเวณช่วงกลาง ก้นกบ หรือแผ่นหลังช่วงล่าง • ปวดแบบเหน็บชา ปวดร้าวลงมาตามขาทั้ง 2 ข้าง • ปวดข้อมือ มือชา นิ้วล็อก ปลอกหุ้มเอ็นกล้ามเนื้อฐานนิ้วโป้งอักเสบ • กล้ามเนื้อแขนท่อนล่างช่วงด้านนอกเกิดการอักเสบ • เอ็นรัดเส้นข้อมืออักเสบกดทับเส้นประสาท • ตาล้า พร่ามัว มองเห็นไม่ค่อยชัดเจน ปวดกระบอกตา ปวดบริเวณหน้าผากช่วงระหว่างคิ้ว • วิงเวียนศีรษะเรื้อรัง ปวดหัวไมเกรน . >> 4 วิธีนวดออฟฟิศซินโดรมขั้นสุด การนวดรักษาออฟฟิศซินโดรมขั้นสุด คือการผสมผสาน การกดจุดลึก (Deep Tissue Massage) เพื่อสลายพังผืดและจุดกดเจ็บ (Trigger Point) เข้ากับการยืดเหยียด และการประคบร้อน เพื่อผลลัพธ์ที่ตรงจุดและแก้ไขอาการเรื้อรังได้ลึกถึงกล้ามเนื้อชั้นใน มีดังต่อไปนี้ - การกดจุดคลายกล้ามเนื้อชั้นลึก เพื่อสลายพังผืดที่จับตัวเป็นก้อนแข็ง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอาการปวดตึงเรื้อรัง โดยใช้ปลายนิ้วหรือนิ้วหัวแม่มือกดลงไปที่จุดที่ตึงหรือปวดเสียว (เช่น บริเวณบ่า, ริมกระดูกสะบัก, และต้นคอ) ค้างไว้ด้วยแรงกดที่พอทนได้ประมาณ 10-15 วินาทีแล้วปล่อย ทำซ้ำบริเวณเดิมเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนและคลายการหดเกร็ง - การนวดตามศาสตร์แผนไทย (เส้นประธานสิบ) เพื่อปรับสมดุลเส้นเลือดลมและคลายกล้ามเนื้อบ่า คอ และหลัง ซึ่งจะเน้นการกดจุดฐานคอและบ่า โดยใช้นิ้วหัวแม่มือกดไล่ตั้งแต่ช่วงฐานคอไปจนถึงหัวไหล่ และกดไล่ตามแนวขอบกระดูกสะบักด้านใน - การบำบัดด้วยคลื่นความร้อน (Heat Therapy) เพื่อเพิ่มการไหลเวียนโลหิตและเตรียมกล้ามเนื้อให้ผ่อนคลายก่อนการนวด โดยใช้การประคบด้วยลูกประคบสมุนไพรความร้อนวางบริเวณคอ บ่า หรือหลัง ความร้อนจะช่วยให้กล้ามเนื้อที่แข็งตึงอ่อนตัวลง ทำให้การกดจุดได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นและลดอาการเจ็บปวดระหว่างการนวด - การยืดเหยียดร่างกายควบคู่กัน (Thai Stretching) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้กล้ามเนื้อและลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำได้ หลังการนวดควรยืดกล้ามเนื้อส่วนบน เช่น การก้มหน้าคางชิดอก ดึงศีรษะเอียงไปด้านข้าง และการยืดเหยียดแขน เพื่อปรับสมดุลร่างกาย . >> นอกเหนือจากการนวดรักษาออฟฟิศซินโดรมแล้วนั้น แต่เหนือสิ่งอื่นใดนอกจากการนวดแล้ว ผู้ป่วยทุกคนควรปรับพฤติกรรมของตนเองเพื่อป้องกัน Office Syndrome ไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำด้วย หรือไม่เกิดเลยจะดีที่สุด อย่างไรก็ตามหากหลีกเลี่ยงไม่ทันและจำเป็นต้องรักษา Office Syndrome . + ติดต่อสอบถามและจองคิวเข้ารับบริการได้ที่: + โทรศัพท์ >> 045-352000 ต่อ 5020 + Facebook >> ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาสุขภาวะผู้สูงวัย ม.ราชภัฏอุบลราชธานี + เปิดให้บริการวันจันทร์-วันศุกร์ (หยุดวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์) + เวลา 08.30-09.00 น. + ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาสุขภาวะผู้สูงวัย มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี . + ด้วยความปรารถนาดีจากศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาสุขภาวะผู้สูงวัย กองเลขานุการ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี + . >> อย่าลืมกดติดตาม กดไลฟ์ กดแชร์ Facebook “ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาสุขภาวะผู้สูงวัย ม.ราชภัฏอุบลราชธานี” เพื่อติดตามและส่งต่อสาระสุขภาพจากเรานะคะ . #4วิธีการนวดเพื่อแก้ปัญหาออฟฟิศซินโดรม #วิธีดูแลผู้สูงอายุให้สุขภาพดีทั้งกายและใจ #สาระสุขภาพ #ผู้สูงอายุ #ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาสุขภาวะผู้สูงวัย #กองเลขานุการ #สำนักงานอธิการบดี #มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี #มหาวิทยาลัยแห่งความสุข #คลินิกการแพทย์แผนไทย #คลินิกแพทย์แผนไทยมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี #นวดแผนไทยอุบล #นวดแผนไทย #คลินิกฝังเข็มอุบล #คลินิกฝังเข็มมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี #ฝังเข็ม #ครอบแก้ว