
"โรคต่อมลูกหมากโตในผู้สูงอายุ โรคทางเดินปัสสาวะที่ไม่ควรมองข้าม" ภาวะต่อมลูกหมากโตเป็นปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยในผู้สูงอายุชาย จะพบได้มากถึง 80% ช่วงวัยอายุ 70 ปีขึ้นไป ซึ่งโรคนี้ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางพยาธิสภาพของต่อมลูกหมาก จนก่อให้เกิดปัญหาของการขับถ่ายปัสสาวะและเพิ่มความรุนแรงของโรคเรื้อรังที่ผู้สูงอายุเป็นอยู่เดิม ผลจากการปัสสาวะบ่อยรบกวนการนอนหลับ การทำกิจวัตรประจำวัน ตลอดจนทำให้จิตใจและอารมณ์เปลี่ยนแปลง ก่อเกิดความวิตกกังวลกระทั่งสูญเสียความเชื่อมั่นในตนเอง การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลลดลง ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต คุณภาพชีวิต และบั่นทอนคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในระยะยาว ? โรคต่อมลูกหมากโตในผู้สูงอายุคืออะไร? และเกิดจากสาเหตุอะไร? โรคต่อมลูกหมากโตในผู้สูงอายุ หรือ BPH (Benign Prostatic Hyperplasia) คือภาวะที่ต่อมลูกหมากโตมากเกินไปหรือมีขนาดใหญ่ผิดปกติ ด้วยขนาดที่มีการเพิ่มขึ้นทำให้ต่อมลูกหมากไปบีบท่อปัสสาวะเล็กลง ทำให้มีปัญหาในการปัสสาวะและปัสสาวะได้ลำบาก สำหรับสาเหตุที่แท้จริงของโรคต่อมลูกหมากโตในผู้สูงอายุนั้น ยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดในปัจจุบัน แต่เชื่อว่าเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเพิ่มขึ้นของไดไฮโดรเทสโทสเตอโรน (DHT) ฮอร์โมนที่ได้จากเทสโทสเตอโรน ซึ่งฮอร์โมนนี้สามารถกระตุ้นการเติบโตและแบ่งเซลล์ของเซลล์ต่อมลูกหมากได้ ด้วยการเติบโตที่มากเกินไปนี้นำไปสู่การขยายตัวของต่อมลูกหมาก ส่งผลให้เกิดภาวะที่เรียกว่าต่อมลูกหมากโตในผู้สูงอายุนั่นเอง นอกจากเรื่องของฮอร์โมนที่ไม่มีความสมดุลแล้ว อายุก็ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคนี้ได้เช่นกัน ที่สำคัญโรคต่อมลูกหมากโตไม่ใช่โรคมะเร็งและจะไม่มีวันกลายเป็นมะเร็งไปได้ แต่ในผู้ป่วยบางรายอาจเป็นทั้ง 2 โรคนี้ร่วมกันได้ ? โรคต่อมลูกหมากโตในผู้สูงอายุมีอาการอะไรบ้าง? สำหรับผู้สูงอายุคนไหนที่กำลังสงสัยว่าตนเองเป็นโรคต่อมลูกหมากโตหรือไม่นั้น สามารถสังเกตอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับร่างกายได้ ดังนี้ - ปัสสาวะค้าง อาการปัสสาวะค้างในโรคต่อมลูกหมากโตในผู้สูงอายุเป็นอาการที่ยังรู้สึกว่าปัสสาวะไม่สุด รู้สึกว่ามีปัสสาวะค้างอยู่ในกระเพาะปัสสาวะ แม้ว่าจะปัสสาวะเสร็จแล้วก็ตาม ซึ่งอาจทำให้รู้สึกไม่สบายตัวและต้องเข้าห้องน้ำบ่อยมากขึ้น - ปัสสาวะลำบาก หรือปัสสาวะขัด อาการต่อมลูกหมากโตในผู้สูงอายุอาการนี้จะเกี่ยวข้องกับขนาดของต่อมลูกหมากที่ขยายตัวจนไปบีบท่อปัสสาวะเล็กลง เกิดขึ้นจากการอุดกั้นของต่อมลูกหมากโตในท่อปัสสาวะ ที่ขัดขวางการไหลเวียนของการปัสสาวะตามปกติ - ปัสสาวะไม่พุ่ง หรือปัสสาวะสะดุด อาการที่เกี่ยวข้องกับความแรงของปัสสาวะที่ไม่สม่ำเสมอ อาจสังเกตเห็นได้ว่าปัสสาวะไหลน้อยลง หรือพุ่งออกมาเป็นพัก ๆ ทำให้ใช้เวลานานขึ้นในการปัสสาวะแต่ละครั้ง อาการนี้จะค่อยเป็นค่อยไปอย่างช้า ๆ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จึงไม่ได้สังเกตและไม่ได้ใส่ใจมากนักจนทำให้เป็นโรคต่อมลูกหมากโตในผู้สูงอายุในที่สุด - ปัสสาวะบ่อยโดยเฉพาะในช่วงกลางคืน หนึ่งในอาการของโรคต่อมลูกหมากโตในผู้สูงอายุที่เห็นได้ชัดที่สุด คือความถี่ในการปัสสาวะที่บ่อยกว่าปกติในช่วงกลางคืน ซึ่งในขณะที่นอนหลับจะมีการลุกขึ้นมาปัสสาวะมากกว่า 1 ครั้งต่อคืน โดยผู้ป่วยจะรู้สึกอยากปัสสาวะตลอดเวลา - กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ต้องรีบเข้าห้องน้ำทันที อาการนี้เป็นผลมาจากต่อมลูกหมากที่ขยายใหญ่จนไปขัดขวางระบบทางเดินปัสสาวะ ทำให้ไม่สามารถควบคุมปัสสาวะได้ เมื่อปวดปัสสาวะต้องรีบเข้าห้องน้ำทันที ไม่สามารถที่จะอั้นไว้ได้ ในบางคนอาจมีปัญหาปัสสาวะเล็ดราดร่วมด้วยได้ - ต้องเบ่งปัสสาวะ โดยปกติแล้วการปัสสาวะจะไม่ใช้แรงดันจากช่องท้อง ซึ่งผู้ที่เข้าข่ายว่าเป็นโรคต่อมลูกหมากโตอาจทำให้ต้องออกแรงหรือเบ่งเพิ่มขึ้นขณะปัสสาวะเนื่องจากการอุดตันที่เกิดจากต่อมลูกหมากโต ? อาการรุนแรงที่อาจพบ: - ปัสสาวะเป็นเลือด (เนื่องจากต่อมลูกหมากโตเบียดท่อปัสสาวะจนอักเสบ) - ปัสสาวะไม่ออกเฉียบพลัน (Acute Urinary Retention) ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉิน ? โรคต่อมลูกหมากโตในผู้สูงอายุ สามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มอาการดังนี้ 1) อาการระคายเคืองทางเดินปัสสาวะ - อาการปัสสาวะบ่อยอาการปัสสาวะไม่สุด - อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ - อาการที่ต้องตื่นมาปัสสาวะตอนกลางคืน 2) อาการอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ - อาการปัสสาวะค้างอาการปัสสาวะลำบาก หรือปัสสาวะขัดอาการปัสสาวะไม่พุ่ง หรือปัสสาวะสะดุดอาการที่ต้องเบ่งปัสสาวะ - อาการระคายเคืองทางเดินปัสสาวะ: อาการปัสสาวะบ่อยอาการปัสสาวะไม่สุดอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่อาการที่ต้องตื่นมาปัสสาวะตอนกลางคืน - อาการอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ: อาการปัสสาวะค้างอาการปัสสาวะลำบาก หรือปัสสาวะขัดอาการปัสสาวะไม่พุ่ง หรือปัสสาวะสะดุดอาการที่ต้องเบ่งปัสสาวะ ? โรคต่อมลูกหมากโตในผู้สูงอายุรักษาด้วยวิธีไหนได้บ้าง? 1. วิธีการรักษาโดยการใช้ยา การรักษาต่อมลูกหมากโตในผู้สูงอายุจะเป็นการรักษาโดยการใช้กลุ่มยา แพทย์ที่ทำการรักษาจะให้การรักษาด้วยยาชนิดใดชนิดหนึ่งตามความเหมาะสมแต่ละอาการของบุคคลนั้น ๆ ได้แก่ - ยากลุ่มปิดกั้นแอลฟา (Alpha–Blockers) เช่น ยาพราโซซิน (Prazosin) ยาดอกซาโซซิน (Doxazosin) ซึ่งยากลุ่มนี้จะมีฤทธิ์ลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อต่อมลูกหมาก และกล้ามเนื้อหูรูดที่คอกระเพาะปัสสาวะ มีผลทำให้ถ่ายปัสสาวะได้คล่องขึ้น - ยากลุ่มยับยั้งเอนไซม์แอลฟารีดักเทส (Alpha Reductase Inhibitors) เช่น ยาฟิแนสเทอไรด์ (Finasteride) ซึ่งยานี้จะมีฤทธิ์ยับยั้งไม่ให้เทสโทสเตอโรนเปลี่ยนเป็นไดไฮโดรเทสโทสเตอโรน (Dihydrotestosterone) ซึ่งเป็นตัวการกระตุ้นให้เกิดต่อมลูกหมากโต แต่เมื่อได้รับยาแล้วจะทำให้ต่อมลูกหมากเล็กลงได้ประมาณ 30% ? ข้อเสีย คือ ยาเหล่านี้ต้องรับประทานไปตลอดหลายปีเพื่อคุมอาการ ซึ่งถ้าลองรับประทานยาทุกขนานแล้วแต่อาการไม่ดีขึ้น การรักษาในขั้นตอนต่อมาคือการผ่าตัด ซึ่งก็มีอีกหลายวิธีการเช่นกัน โดยแต่ละวิธีก็จะมีข้อดีข้อเสียต่างกันไป 2. วิธีการรักษาโดยการผ่าตัด การผ่าตัดต่อมลูกหมาก มีอยู่หลายรูปแบบ ได้แก่ รับประทานยา หัวจี้ไฟฟ้า ยิงเลเซอร์ ใช้ไอน้ำ โดยแต่ละวิธีก็เหมาะกับขนาดของต่อมลูกหมากที่แตกต่างกัน วิธีการรักษานี้จะใช้ในกรณีที่ร่างกายไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยา โดยแพทย์อาจจะมีการแนะนำให้ผู้ป่วยที่มีอาการของโรคต่อมลูกหมากรุนแรง หรือใช้ยาแล้วไม่ได้ผลทำการผ่าตัดเพื่อลดขนาดต่อมลูกหมาก นอกจากนี้หากปัสสาวะไม่ออกหลายครั้ง ปัสสาวะเป็นเลือดซ้ำซาก หรือเกิดภาวะไตวายซึ่งส่งผลมาจากโรคต่อมลูกหมากโต แพทย์ก็จะมีการแนะนำให้ผ่าตัดเช่นกัน ? การเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับ - ขนาดของต่อมลูกหมาก - ความรุนแรงของอาการ - สุขภาพทั่วไปของผู้ป่วย - ความสะดวกในการเข้ารับการรักษา - ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินและเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมที่สุด การปรึกษาแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ ยังช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ ? โรคต่อมลูกหมากโตในผู้สูงอายุมีวิธีการวินิจฉัยอย่างไร? - การวินิจฉัยโรคต่อมลูกหมากมีหลายขั้นตอนและอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับอาการที่กำลังประเมิน ณ ตอนนั้น โดยวิธีการวินิจฉัยสำหรับโรคต่อมลูกหมากโตทั่วไปจะมีรายละเอียดในแต่ละส่วน ดังนี้… - เริ่มต้นด้วยการซักประวัติโดยละเอียด รวมถึงอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ระยะเวลาและความรุนแรง รวมถึงประวัติครอบครัว - ตรวจร่างกาย โดยรวมไปถึงการตรวจทางทวารหนัก (Digital Rectal Examination) เพื่อตรวจและประเมินความผิดปกติ โดยแพทย์จะสอดนิ้วที่สวมถุงมือเข้าไปในทวารหนักและตรวจคลำต่อมลูกหมาก เพื่อสัมผัสขนาด รูปร่าง และพื้นผิวของต่อมลูกหมาก การตรวจนี้ช่วยประเมินความผิดปกติ เช่น การขยายตัว การกดแล้วเจ็บ หรือก้อนเนื้อภายในได้ - ตรวจเพาะเชื้อจากปัสสาวะ อาจทำโดยการเก็บปัสสาวะไปตรวจเพื่อระบุแบคทีเรียหรือเชื้อที่ทำให้เกิดการอักเสบหรือติดเชื้อ ? การป้องกันและดูแลสุขภาพต่อมลูกหมาก นอกจากการรักษา การดูแลสุขภาพเพื่อป้องกันภาวะต่อมลูกหมากโตและมะเร็งต่อมลูกหมากก็เป็นสิ่งสำคัญ คำแนะนำในการดูแลสุขภาพ ได้แก่ - รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ : เพิ่มผักและผลไม้ในมื้ออาหาร , ลดการบริโภคไขมันอิ่มตัวและอาหารแปรรูป - ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ : การออกกำลังกายช่วยลดความเสี่ยงของภาวะต่อมลูกหมากโต - ตรวจสุขภาพประจำปี : การตรวจสุขภาพช่วยให้สามารถตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม - ลดความเครียด : ความเครียดอาจส่งผลต่อฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อสุขภาพของต่อมลูกหมาก ? ผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต อาการเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยในระยะยาว – รบกวนการนอนหลับเนื่องจากต้องลุกมาปัสสาวะกลางดึกบ่อยครั้ง – ทำให้เกิดความไม่สะดวกสบายในชีวิตประจำวัน – อาจทำให้เกิดความเครียด ความกังวล หรือภาวะซึมเศร้าในบางกรณี ? สรุป: หลักสำคัญในการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะต่อมลูกหมากโต เพื่อบรรเทาอาการไม่สุขสบายจากการมีปริมาณปัสสาวะคั่งค้าง และภาวะแทรกซ้อนจากการถ่ายปัสสาวะผิดปกติ ซึ่งการเลือกวิธีรักษาของโรคต่อมลูกหมากโตในผู้สูงอายุในแต่ละกรณีจะขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วย ระดับความรุนแรงของโรค และความเหมาะสมต่อสภาวะร่างกายของผู้ป่วย ดังนั้นจึงควรเข้ารับคำปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ได้วิธีการรักษาที่เหมาะสมที่สุด . >>ด้วยความปรารถนาดีจาก ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาสุขภาวะผู้สูงวัย กองเลขานุการ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี<<