
“โรคลมแดด (Heatstroke) ในผู้อายุ...ต้องรีบแก้ไขไม่เช่นนั้นอาจถึงตาย” การอยู่กลางแดดนานเกินไปอาจเป็นอันตรายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปโรคที่เกิดขึ้นเมื่อร่างกายไม่สามารถรักษาอุณหภูมิให้เย็นลงได้อีกต่อไป หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษา ภาวะเป็นลมแดดในผู้สูงอายุอาจนำไปสู่การเสื่อมของกล้ามเนื้อ ผลข้างเคียงระยะยาวอาจร้ายแรงมาก รวมถึงภาวะสติสัมปชัญญะบกพร่องและการทำงานของไตผิดปกติ >> สาเหตุของโรค ภาวะเป็นลมแดดเกิดจากร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนได้เอง ร่างกายมนุษย์ใช้เหงื่อในการลดและรักษาระดับอุณหภูมิร่างกาย แต่ในฤดูร้อน เมื่อร่างกายร้อนขึ้นในสภาพอากาศที่ชื้นอยู่แล้ว เหงื่อจึงระเหยได้ไม่สะดวกเท่าปกติ อาการสับสนเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญระหว่างอาการฮีทสโตรกเล็กน้อยกับความเสี่ยงต่อความเสียหายระยะยาวต่อร่างกาย เมื่อร่างกายร้อนเกินไป อวัยวะภายในจะถูกอบจนบวมและทำงานผิดปกติ หากไม่ปล่อยให้ร่างกายเย็นลง อาจทำให้สมอง หัวใจ และไต รวมถึงอวัยวะสำคัญอื่น ๆ เสียหายอย่างถาวรได้ เมื่อผู้สูงอายุแสดงอาการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจหรือหยุดตอบสนองให้รีบไปพบแพทย์ทันที >> สัญญาณเตือน 1. ไม่มีเหงื่อออก แม้จะอากาศร้อน หน้าแดง ตัวร้อนจัดขึ้นเรื่อย ๆ 2. รู้สึกกระหายน้ำมาก วิงเวียน ปวดศีรษะ คลื่นไส้ หายใจเร็ว อาเจียน 3. เกร็งกล้ามเนื้อ ชัก มึนงง สับสน รูม่านตาขยาย ความรู้สึกตัว ลดน้อยลง อาจหมดสติ หัวใจเต้นเร็วแต่แผ่วเบา หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้องและทันเวลา อาจทำให้หัวใจหยุดเต้น และถึงแก่ชีวิตได้ ซึ่งแตกต่างจากอาการเพลียแดดทั่ว ๆ ไปที่จะมีเหงื่อออกด้วย >> วิธีการป้องกัน การป้องกันและการช่วยเหลืออย่างรวดเร็วเป็นสิ่งสำคัญในการบรรเทาภาวะเป็นลมแดดในผู้สูงอายุ ป้องกันไว้ก่อนดีกว่าแก้ทีหลังเสมอ หากคุณรู้สึกว่าร่างกายเริ่มร้อนเกินไป สิ่งสำคัญคือต้องดำเนินการอย่างเหมาะสมเพื่อลดอุณหภูมิร่างกายให้เร็วที่สุด โรคลมแดดสามารถป้องกันได้ โดยเราสามารถอยู่ท่ามกลางอากาศร้อนได้อย่างปลอดภัยหากทําตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ - หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่บริเวณอากาศร้อนจนเกินไป โดยเฉพาะหากเกิน 40 องศาเซลเซียส - ปกป้องผิวจากแสงแดดด้วยการทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 15 ขึ้นไป สวมหมวกปีกกว้าง และแว่นกันแดด ทาครีมกันแดดซ้ำทุก 2 ชั่วโมงหรือถี่กว่านั้นหากเหงื่อออกหรือว่ายน้ำ สวมเสื้อผ้าที่เนื้อผ้าเบาบาง ระบายอากาศได้ดี และไม่รัด - ดื่มน้ำให้เพียงพอ โดยจิบน้ำบ่อย ๆ ตลอดวัน เพื่อทดแทนเหงื่อที่เสียไป หากต้องทำงานหรือออกกำลังกายกลางแจ้ง ให้ดื่มน้ำ 1-2 แก้วก่อนออกจากบ้าน และดื่มน้ำอย่างน้อยชั่วโมงละ 1 ลิตรขณะทำกิจกรรม - งดทํากิจกรรมหนัก ๆ หรือออกกําลังกายในสภาพอากาศร้อน ถ้าเป็นไปได้ควรออกกำลังกายในตอนเช้าตรู่หรือตอนเย็นแทน - หากเพิ่งเดินทางไปถึงประเทศที่มีอากาศร้อนจัด ควรใช้เวลาอยู่กลางแจ้งน้อย ผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับสภาพอากาศร้อนมีแนวโน้มที่จะป่วยจากอากาศร้อน - ไม่ปล่อยให้ผู้สูงอายุอยู่ในรถที่จอดทิ้งไว้ในที่ที่อากาศร้อนเพราะอุณหภูมิในรถอาจเพิ่มขึ้นมากกว่า 11 องศาเซลเซียสภายใน 10 นาที การจอดรถในที่ร่มหรือเปิดหน้าต่างรถไม่ช่วยให้ไม่เป็นโรคลมแดด - ระมัดระวังหากกําลังรับประทานยาบางชนิดหรือมีโรคประจำตัวที่อาจไปเพิ่มความเสี่ยงต่อการโรคลมแดด >> วิธีปฐมพยาบาล เมื่อพบเจอผู้เป็นโรคลมแดด สามารถช่วยเหลือเบื้องต้น โดยการนำเข้าในที่ร่ม นอนราบ ยกเท้าสูงทั้งสองข้าง ถ้ามีการอาเจียนให้นอนตะแคงก่อน เมื่ออาเจียนแล้วให้นอนหงาย คลายเสื้อผ้าที่รัดแน่นออก ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นหรือน้ำแข็งประคบตามซอกลำตัว คอ รักแร้ เชิงกราน และศีรษะ เพื่อระบายความร้อนร่วมกับการใช้พัดลมเป่าระบายความร้อน ราดน้ำเย็นลงบนตัว เพื่อลดอุณหภูมิร่างกายให้ลดต่ำลง ให้ดื่มน้ำหรือน้ำเกลือแร่เพื่อทดแทน แล้วรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด . >>> ด้วยความปรารถนาดีจาก ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาสุขภาวะผู้สูงวัย กองเลขานุการ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี <<< . #ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาสุขภาวะผู้สูงวัย #กองเลขานุการ #สำนักงานอธิการบดี #มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี #มหาวิทยาลัยแห่งความสุข