ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาสุขภาวะผู้สูงวัย มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี

การนวดแผนไทยรักษาอาการสะบักจม


“การนวดแผนไทยรักษาอาการสะบักจม (Scapulocostal Syndrome)” “อาการสะบักจม” หรือ “ภาวะปวดกล้ามเนื้อและพังผืดรอบสะบัก” เกิดจากการใช้งานกล้ามเนื้อบ่าและสะบักมากเกินไป (Overuse) เป็นอาการที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยวัยทำงาน มักจะเกิดควบคู่กับออฟฟิศซินโดรม (Office syndrome) ปวดกล้ามเนื้อบ่า ต้นคอ และหลัง กล้ามเนื้อส่วนใหญ่ที่มีปัญหาคือกล้ามเนื้อทราพีเซียสส่วนบน (Upper trapezius) เทเรสไมเนอร์ (Teres minor) รอมบอยด์ไมเนอร์ (Rhomboid minor) และรอมบอยด์เมเจอร์ (Rhomboid major) เป็นต้น ซึ่งกล้ามเนื้อเหล่านี้อยู่รอบสะบักและบริเวณใกล้เคียง และเป็นกล้ามเนื้อที่เราใช้งานมากที่สุดในแต่ละวัน ผู้ป่วยสะบักจมส่วนใหญ่จะมีอาการเริ่มต้นคือ ตึงบ่า ต้นคอ หรืออาจมีอาการเวียนศีรษะร่วมด้วย เนื่องจากเป็นกล้ามเนื้อในบริเวณเดียวกัน หรืออาจมีอาการขัดเมื่อยกแขนหรือหมุนหัวไหล่ หมุนคอได้ไม่เต็มที่ มีอาการปวดเสียวลงสะบักเมื่อเคลื่อนไหว หากออกกำลังกายคลายกล้ามเนื้อเป็นประจำ อาการดังกล่าวก็สามารถหายได้โดยไม่ต้องพึ่งยาแผนปัจจุบัน ?สาเหตุของอาการสะบักจม สาเหตุของสะบักจมมักมานั่งทำงานด้วยท่าทางที่ไม่ถูกต้อง ยกของหนัก ไปจนถึงการออกกำลังกายผิดจังหวะ หากปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ โดยไม่ได้รับการรักษาหรือไม่มีการออกกำลังกายยืดกล้ามเนื้อที่ถูกวิธี จะส่งผลให้มีอาการชาปลายนิ้วมือ ฝ่ามืออ่อนแรง หยิบจับสิ่งของไม่ถนัด นอกจากนี้หากมีอาการปวดมากอาจส่งผลกระทบต่อการนอนหลับ ?การรักษาสะบักจมแบบแพทย์แผนไทย สะบักจมสามารถรักษาให้หายได้โดยการนวดแบบราชสำนัก วิธีการคือผู้นวดจะใช้นิ้วหัวแม่มือกดตามจุดแนวเส้นพื้นฐานโค้งคอและบ่า จากนั้นจะค่อย ๆ นวดไล่ลงมาตามแนวกระดูกสันหลัง จนถึงแนวขอบกระดูกสะบัก เพื่อคลายกล้ามเนื้อรอบ ๆ สะบัก เมื่อกล้ามเนื้อที่เกร็งอยู่คลายตัวขึ้น การเคลื่อนไหวรอบสะบักและหัวไหล่ก็จะดีขึ้น องศาของการยกแขนกว้างขึ้น อาจใช้วิธีการดึงเส้นสะบักที่จมร่วมด้วยก็ได้ หลังจากนั้นจะใช้การประคบร้อนก่อนหรือหลังการนวด ช่วยให้ลดอาการระบม ช่วยคลายเส้นที่มีปัญหาให้อ่อนตัวลง และไม่ต้องใช้แรงกดนวดมากจนกล้ามเนื้ออักเสบก็ได้ ทั้งนี้การนวดเพื่อการรักษาสะบักจม ผู้ป่วยควรนวดกับแพทย์แผนไทยหรือแพทย์แผนไทยประยุกต์ที่มีใบประกอบวิชาชีพในสถานพบาลที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยและได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี ?เทคนิคนวดแพทย์แผนไทยแก้อาการสะบักจม เทคนิคนวดและบริหารแก้อาการสะบักจมตามหลักแพทย์แผนไทย เน้นการคลายกล้ามเนื้อรอบสะบักที่เกร็งค้าง (Myofascial Pain Syndrome) โดยใช้การกดจุดตามแนวเส้นพื้นฐาน (โค้งคอ-บ่า-ขอบสะบัก) ร่วมกับการประคบสมุนไพร เพื่อเพิ่มการไหลเวียนโลหิตและดึงยืดดัดเส้นสะบักให้ขยับตัวได้ดีขึ้น ช่วยลดอาการปวดตึงและเพิ่มช่วงการเคลื่อนไหว ดังนี้ - นวดกดจุดแนวเส้นพื้นฐาน: แพทย์แผนไทยจะใช้นิ้วหัวแม่มือกดตามแนวเส้นพื้นฐานโค้งคอและบ่า ไล่ลงมาตามแนวกระดูกสันหลัง จนถึงแนวขอบกระดูกสะบักเพื่อคลายกล้ามเนื้อที่จมอยู่ - นวดดึงเส้นสะบัก: เทคนิคพิเศษเพื่อดึงยืดเส้นที่ยึดติดรอบๆ กระดูกสะบักให้คลายตัว - ประคบร้อน: ใช้ลูกประคบสมุนไพรอุ่นๆ ประคบบริเวณบ่าและสะบักก่อนหรือหลังนวด เพื่อให้เส้นอ่อนตัว ลดอาการระบม และเพิ่มประสิทธิภาพการนวด ?คำแนะนำเพิ่มเติม - ควรนวดกับแพทย์แผนไทยที่มีใบประกอบวิชาชีพเพื่อความปลอดภัย - ควรปรับพฤติกรรม เช่น การนั่งทำงาน (Ergonomics) ไม่นั่งห่อไหล่เป็นเวลานาน - หากมีอาการอักเสบรุนแรง (ปวด บวม แดง ร้อน) ควรประคบเย็นก่อนในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก ------------------------------------- ให้บริการบำบัดรักษาโดย พท.พนิดา สุขเกษม ใบประกอบวิชาชีพ พท.ว.20989 แพทย์แผนไทยประจำคลินิกการแพทย์แผนไทย ณ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาสุขภาวะผู้สูงวัย มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ------------------------------------- ปรึกษาปัญหาสุขภาพหรือสอบถามข้อมูลในการรักษาด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย Tel : 045-352000 ต่อ 5020 Facebook : ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาสุขภาวะผู้สูงวัย ม.ราชภัฏอุบลราชธานี เปิดให้บริการ วันจันทร์-วันศุกร์ (เวลา 08.30-16.30 น.) หยุดวันเสาร์-วันอาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์ -------------------------------------- ?? อย่าลืมกดติดตาม กดไลฟ์ กดแชร์ Facebook “ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาสุขภาวะผู้สูงวัย ม.ราชภัฏอุบลราชธานี” เพื่อติดตามและส่งต่อสาระสุขภาพจากเรานะคะ . #เทคนิคนวดแพทย์แผนไทยแก้อาการสะบักจม #การรักษาสะบักจมแบบแพทย์แผนไทย #ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาสุขภาวะผู้สูงวัย #กองเลขานุการ #สำนักงานอธิการบดี #มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี